ข่าวสารและกิจกรรม





ข่าวภายในประเทศ

มิติใหม่จับ "คน" คู่ "งาน"ในนามพันธมิตร "อเด็คโก"
Bookmark and Share

ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ
02-เม.ย.-2551





 

 

Source: ชนิตา ภระมรทัต - หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

ธุรกิจจัดหางานที่ทำมาหากินในประเทศไทยในวินาทีนี้กำลัง "เผชิญหน้า" ความท้าทายหลายประการ

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "กฎหมายแรงงานใหม่" ที่มุ่งสร้างความเท่าเทียมด้านรายได้และสวัสดิการระหว่างพนักงานที่เอาท์ซอร์สกับพนักงานประจำ ซึ่งจะบังคับใช้ในเดือนพ.ค.ที่จะถึงนี้

ทั้งๆ ที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าธุรกิจก็ยังหนีไม่พ้นกับภาวะความผันผวนของเศรษฐกิจซึ่งสร้างความไม่มั่นใจให้กับนักลงทุน และถือว่าเพิ่งฟื้นไข้เพราะเพิ่งผ่านวิกฤติความไม่มั่นคงทางการเมือง จนที่สุดก็มีรัฐบาลซึ่งมาจากการเลือกตั้งเป็นที่เรียบร้อยมาหมาดๆ

อย่างไรก็ตามฟ้าหลังฝนมีความสดใสฉันใด ในวิกฤติย่อมต้องมีโอกาสเช่นกัน ธุรกิจจัดหางานแบรนด์ระดับโกลบอลอย่าง "อเด็คโก" จึงอยู่รอดและเติบใหญ่มาเป็นเวลากว่า 18 ปีแล้ว

ธิดารัตน์ กาญจนวัฒน์ ผู้จัดการ กลุ่มบริษัทอเด็คโก ประจำประเทศไทย กล่าวถึงทิศทางธุรกิจว่าในปีนี้จะขอมุ่งเน้นลูกค้ากลุ่มธุรกิจที่มีแนวโน้มการเติบโตสูง เช่น พลังงานและปิโตรเคมี ยานยนต์ อสังหาริมทรัพย์ ประกันภัย เป็นพิเศษ

สำหรับธิดารัตน์มีสายเลือดอเด็คโกที่เข้มข้นด้วยเป็นรุ่นบุกเบิก ซึ่งก้าวเข้ามาอยู่ภายใต้ร่มเงาบริษัทนี้ยาวนานถึง 16 ปีแล้ว จนทำให้วันนี้เธอคือคนไทยคนแรกที่ได้รับความวางใจให้ก้าวเป็นผู้จัดการประจำสาขาประเทศไทยของอเด็คโก

"หากดูเผินๆ เหมือนปีนี้การลงทุนอาจนิ่ง แต่ในปีนี้จะมีโครงการที่ขอบีโอไอไว้เมื่อ 3-4 ปีก่อนจะเริ่มทยอยลงทุนจริงๆ ในปีนี้ เช่นอุตสาหกรรมก๊าซนั้นชัดเจนมากซึ่งเราวางแผนให้กลุ่มนี้มาตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมาแล้ว" นั่นหมายถึงว่ายังมีโอกาสอีกมากในม่านหมอกของความอึมครึม

นอกจากนั้นอเด็คโกจะเพิ่มบริการด้านการจัดหาบุคลากรในเชิงลึก (Competencies Based Selection) เพื่อตอบสนองความต้องการของบริษัทเลือกเฟ้นบุคลากรมากขึ้น ด้วยโปรแกรมบริการที่สามารถวัดผลชัดเจน เช่น Competencies Based Selection Model และ Talent Builder+Career Focus ซึ่งจะช่วยการสรรหา,รักษาและพัฒนาพนักงานที่มีความสามารถ (Talent) ได้อย่างยั่งยืน

เมื่อเริ่มต้นอเด็คโกก็เป็นเพียงบริษัทจัดหางานเล็กๆ รู้จักกันในมวลหมู่ลูกค้าที่เป็นบริษัทข้ามชาติอยู่ไม่กี่รายเท่านั้น และมีขีดความสามารถจัดหาคนทำงานจำนวนแค่ 600 คนเท่านั้น ต่างจากวันนี้ที่ตัวเลขพุ่งไปถึง 8,800 คนแล้ว

จุดเปลี่ยนของอเด็คโกนั้นย้อนไปในปีค.ศ. 2000 ที่เศรษฐกิจเริ่มดีขึ้น จนทำให้มีโครงการลงทุนของบริษัทข้ามชาติหลั่งไหลเข้ามา และได้มีค้าปลีกยักษ์ใหญ่อย่างคาร์ฟูร์ รวมถึงบริษัทที่ทำธุรกิจสายการบินได้มอบหมายหน้าที่จัดหาคนให้กับอเด็คโกเป็นผู้ผูกขาด

ซึ่งธนาคารกสิกรไทยเองได้วิเคราะห์ว่าธุรกิจจัดหางานจะเป็นดาวรุ่งในห้วงเวลานั้นพอดิบพอดี เนื่องจากธุรกิจที่ล้มละลายลงเนื่องจากวิกฤติทางเศรษฐกิจกลับฟื้นตัวขึ้นใหม่ คนว่างงานจำนวนมากก็กำลังมองหางานอยู่ ดังนั้นธุรกิจนี้จึงกลายเป็นตัวเชื่อมที่ดี

"โอกาสที่ได้รับในครั้งนั้นมันทำให้เราได้เรียนรู้ จนกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญ และชำนาญทั้งด้านทักษะ ความรู้ความเข้าใจ ในเรื่องการจัดหางานเป็นพิเศษ เราแข็งแกร่งในเรื่องนี้มาก ทั้งๆ ที่ตอนแรกเราก็ไม่ได้ชัดเจนตัวเองมากเท่าไหร่"

เมื่อศักยภาพเข้มแข็ง อเด็คโกจึงสยายปีกให้ใหญ่ขึ้น โดยวางตำแหน่งใหม่เป็น "HR Solution" ขยายสายงานให้หลากหลายในเชิงกว้างและลึก เพื่อ เป็นบริษัทที่สามารถตอบสนองโจทย์ลูกค้าแบบม้วนเดียวจบ (One stop shopping) คือสามารถพูดได้ทุกเรื่องไม่ว่าจะเป็น การสรรหา (Recruitment) การจ้างงาน (Emplyment) และการพัฒนาบุคลากร (Human Capital Development)

"เราบริการธุรกิจที่หลากหลายที่มีความต้องการต่างกัน แต่เรามีพนักงานที่เชี่ยวชาญในธุรกิจของลูกค้าเป็นผู้ไปให้คำปรึกษา เป็นลักษณะผู้เชี่ยวชาญคุยกับผู้เชี่ยวชาญ Expert talk to Expert เรามีพนักงานที่เชี่ยวชาญแยกเป็นสายงาน เพราะคนคนเดียวจะพูดตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบไม่ได้ และทำให้ทิศทางธุรกิจเราเปลี่ยนจากคำว่าลูกค้ากับซัพพลายเออร์เป็นบิซิเนสพาร์ทเนอร์ในที่สุด"

ธิดารัตน์กะจำนวนบริษัทจัดหางานอย่างคร่าวๆ ว่าที่มีอยู่ในตลาดปัจจุบันนั้นมีประมาณ 2-300 แห่ง ทั้งที่เป็นโกลบอลข้ามฟ้ามาขอแข่งด้วย และบริษัทที่เป็นโลคัล ส่วนที่เป็นบริษัทซึ่งให้บริการครอบคลุมเช่นเดียวกับอเด็คโกมีไม่ต่ำกว่า 20 แห่ง (แต่ที่ไม่ได้จดทะเบียนไม่ทราบจำนวน)

แต่เธอการันตีว่าหากวัดในเรื่องของรายได้และคุณภาพอเด็คโกถือเป็นเบอร์หนึ่ง และเป็นแบรนด์ที่ได้รับความไว้วางใจจนอยู่คู่ตลาดมานาน

ส่วนประเด็นฮอต "กฎหมายแรงงานใหม่" ในความเห็นของธิดารัตน์ต่อเรื่องนี้ก็คือขึ้นอยู่กับว่าจะมองในมุมไหน

"มุมหนึ่งเป็นเรื่องของคุณธรรมที่ช่วยยกระดับชีวิตลูกจ้างกลุ่มเอาท์ซอร์สให้เท่าเทียมกับลูกจ้างประจำ แต่อีกมุมหนึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการลงทุนเนื่องจากจะทำให้ตัวเลขต้นทุนเพิ่มมากขึ้น ในสายตานักลงทุนแล้วจะมองว่าไทยยังมีศักยภาพที่ดี เหมาะเป็นฐานการผลิตอยู่อีกหรือไม่? ขณะที่ประเทศข้างๆ เราไม่มีกฎหมายที่ชัดเจนในเรื่องนี้"

นอกจากนั้นยังจะให้การว่าจ้างอาจถูกปรับเปลี่ยนจาก "การจ้างเหมาแรงงาน" เป็น "การจ้างเหมาบริการ" นั่นคือจะวัดผลกันที่คุณภาพ ปริมาณของสินค้าและบริการเพียวๆ คนไม่มีส่วนเอี่ยว

แต่ที่แน่นอนก็คือกฎหมายนี้จะส่งผลต่ออเด็คโกตรงๆ ธิดารัตน์บอกว่า ผลก็คือจะทำให้การทำงานยากลำบากขึ้นเพราะต้องสร้างสมดุลระหว่างลูกค้าองค์กร กับบุคคลที่เป็นลูกจ้างของอเด็คโก ภายใต้เงื่อนไข ที่ต้องไม่ทำให้ใครได้เปรียบเสียเปรียบ และอยู่ในกรอบกฎหมายที่วางไว้

"เมื่อก่อนลูกค้าคือผู้ว่าจ้างร่วมกันกับเรา มีความอุ่นใจว่ามีความรับผิดชอบต่อพนักงานร่วมกัน แต่พอกฎหมายนี้บังคับและทำให้บริการเปลี่ยนเป็นการจ้างเหมาบริการ ก็เกิดการปัดความรับผิดชอบ เขาไม่ใช่ลูกจ้างฉันแต่เป็นของเอเยนซี เป็นต้น อาจจะสร้างปัญหาแรงงานมากยิ่งขึ้น"

อย่างไรก็ดีไม่ว่าเจ้าหน้าที่ภาครัฐ ทนายความ และ ผู้พิพากษา ต่างยังไม่มีใครฟันธงว่าอะไรคือความชัดเจน ในขณะที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องพยายามตีความหมายเพื่อการปฏิบัติจะไม่มีความผิดเพี้ยน

"คงต้องเขย่ากันสักระยะ และมีกรณีศึกษาเกิดให้เห็นสัก 2-3 ครั้งจะทำให้พวกเรารู้ทิศทาง ว่าจะต้องเดินทางขวาหรือซ้าย หรือแค่เบี่ยงซ้ายหรือขวาสักนิดหนึ่งโอเค"

ปัจจัยเหล่านี้ล้วนกำหนดแนวโน้มของตลาดแรงงานว่าต่อจากนี้ไปจะยิ่งทวีความต้องการทีมงานและบุคลากรที่มีความสามารถด้านภาษามากยิ่งขึ้น จากนี้นอกจากภาษาไทยและภาษาอังกฤษแล้ว จะมีการเรียกร้องภาษาที่ 3 อีกด้วย

ตลอดจนมีความต้องการบุคลากรที่มีความรู้ความชำนาญเฉพาะทาง ด้านเทคโนโลยี ในอุตสาหกรรมที่กำลังมีการขยายตัว ซึ่งได้กล่าวถึงในข้างต้น

Clipping News on PDF version : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ





Tags : adecco, local news, มิติใหม่จับคนคู่งานในนามพันธมิตรอเด็คโก้, หางาน, สมัครงาน




Suggest this article to your friend
To...
From...
Send